เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 63 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า องค์กรภาครัฐและเอกชนต่างออกมาปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้ว่าจะติดลบมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดธนาคารกรุงศรีอยุธยา ออกมาประกาศว่า GDP ไทยอาจติดลบถึงร้อยละ 10.3  ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก ดังนั้นจึงต้องการแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ทันต่อเหตุการณ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศขาดความมั่นใจในตัวรัฐบาล และแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่เพิ่งออกมายังไม่ตอบโจทย์กับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐถือว่ามีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพราะภาคเอกชนไม่สามารถฟื้นตัวได้เอง หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงจากภาครัฐ และหลังจากสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs หนี้สินของภาคธุรกิจและของภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวได้ในโลกแห่งวิถีชีวิตปัจจุบัน (Now Normal) ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่เราทุกคนกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ และจะส่งผลกระทบต่อการเลิกจ้างงานอีกจำนวนมาก การแก้ไขปัญหานี้คงไม่ผิดที่จะเรียกว่า “เกาไม่ถูกที่คัน” สิ่งที่ตามมาคือความเสียหายทางเศรษฐกิจที่จะตามมาเป็นลูกโซ่ ความน่าไว้วางใจที่นักลงทุนมีต่อรัฐบาลคงถูกบั่นทอนลงเรื่อย ๆ ด้วยน้ำมือของตัวรัฐบาลเอง